ต้องสยบข่าวลือ 3 เกร็ดน่าสนใจ เอ็ด วู้ดเวิร์ด ชายผู้เป็นที่รักของบอร์ด และศัตรูแฟนบอล

ต้องสยบข่าวลือ

ต้องสยบข่าวลือ วู้ดเวิร์ดเตรียมที่จะรับงานที่ปรึกษาให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อ ภายหลังบอกลาตำแหน่งรองประธานบริหารของทีม 

ต้องสยบข่าวลือ หลังจากเคยมีข่าวลือว่า เอ็ด วู้ดเวิร์ด เตรียมที่จะรับงานที่ปรึกษาให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อ ภายหลังบอกลาตำแหน่งรองประธานบริหารของทีม จนทำให้แฟนลอล “ปีศาจแดง” หลายคนไม่ปลื้มแล้วนั้น

ล่าสุดมันก็มีการเปิดเผยว่า วู้ดเวิร์ดจะไม่ได้ทำงานในตำแหน่งไหนกับทีมต่อแน่นอน เมื่อถึงเวลาที่เขาส่งมอบหน้าที่ของตัวเองให้กับ ริชาร์ด อาร์โนลด์ อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ แม้ว่าที่ผ่านมาชื่อตำแหน่งของวู้ดเวิร์ด จะเป็น “รองประธานบริหาร”

แต่หลายคนรู้ดีว่าอำนาจที่เขามีอยู่ในมือนั้นมันอยู่ในระดับเดียวกับ “ประธานบริหาร” จากการที่เขาสามารถกำหนดแนวทางและนโยบายต่างๆ ของสโมสรได้ โดยเขาก้าวขึ้นมารับตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของทีมตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา

แต่ “เร้ด อาร์มี่” ส่วนใหญ่มองว่าเขาทำผลงานได้น่าผิดหวัง ด้วยการที่ให้ความสำคัญกับเงินมากกว่าผลงานในสนามเยอะเกินไป เนื่องในโอกาสพิเศษนี้ วันนี้เราเลยมีเกร็ดบางอย่างของวู้ดเวิร์ด ในระหว่างที่เขาทำงานให้กับแมนฯยูไนเต็ด สักหน่อย

และเราขอปล่อยให้ทุกท่านตัดสินกันเอาเองว่าเขาทำงานได้คุ้มค่ากับที่ได้รับเงินเดือน 21 ล้านปอนด์หรือไม่ เม็ดเงินในการเสริมทัพ อย่างที่รู้กันดีว่านับตั้งแต่ที่หมดยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ เดวิด กิลล์ แล้วนั้น แมนฯยูไนเต็ดก็ใช้เงินไปกับการช็อปพ่อค้าแข้งเยอะมาก

ไม่ว่าจะด้วยกับนักเตะที่เป็นเป้าหมายของบอร์ดบริหาร หรือเป้าหมายของคนที่เป็นกุนซือในตอนนั้นๆ เอง ทำให้โดยรวมแล้ว แมนฯยูไนเต็ดใช้เงินไปกับการซื้อนักเตะถึงราว 1.1 พันล้านปอนด์ นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ในบรรดานักเตะที่แมนฯยูไนเต็ด

ดึงมาร่วมทีมในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น หากวัดกันที่ตัวเลขเงินเพียวๆ ไม่ได้มองถึงค่าเงินในแต่ละช่วงเวลาแล้วล่ะก็ ปอล ป็อกบา ก็ถือเป็นการเสริมทัพที่แพงที่สุดของแมนฯยูไนเต็ด ในยุคที่มีวู้ดเวิร์ด เป็นหัวเรือใหญ่ จากการที่เขามีค่าตัว 89ล้านปอนด์

ต้องสยบข่าวลือ ตามมาด้วย แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่มีค่าตัว 85ล้านปอนด์ โดยอันดับ 3 ตกเป็นของ โรเมลู ลูกากู ที่ทำให้ทีมเสียค่าตัวไป 75ล้านปอนด์ ส่วน เจดอน ซานโช่ ตามมาเป็นที่ 4 ด้วยค่าตัว 73ล้านปอนด์ ขณะที่ อังเคล ดิ มาเรีย ครองที่ 5 ด้วยค่าตัว 59.7ล้านปอนด์ ข่าวฟุตบอล ยุโรป

ต้องสยบข่าวลือ

วู้ดเวิร์ดจะไม่ได้ทำงานในตำแหน่งไหนกับทีมต่อแน่นอน

ต้องสยบข่าวลือ แต้มน้อย การที่แมนฯยูไนเต็ด ไม่เคยได้สัมผัสกับแชมป์ลีกอีกเลยนับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ถือเป็นหลักฐานที่ยืนยันถึงความล้มเหลวในการบริหารทีมของวู้ดเวิร์ด ที่เห็นได้ชัดอยู่แล้ว แต่นอกเหนือจากเรื่องการชวดแชมป์ลีกแล้วนั้น

มันยังมีเกร็ดเกี่ยวกับผลงานของ แมนฯยูไนเต็ด ในยุควู้ดเวิร์ด อีกหลายอย่างที่น่าผิดหวัง ยกตัวอย่างเช่นแมนฯยูไนเต็ด ในยุคของเขาเก็บแต้มได้อย่างน้อย 70 คะแนน เพียงแค่ 3 ครั้งจากทั้งหมด 8 ฤดูกาล ทั้งที่หากนับตั้งแต่ที่ พรีเมียร์ลีก

เริ่มแข่งกันเป็นหนแรกเมื่อซีซั่น 1992-93 จนถึงฤดูกาล 2012-13 นั้น มันไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่แมนฯยูไนเต็ด จะเก็บแต้มได้ไม่ถึง 70 แต้ม โดยอย่างต่ำที่สุดในช่วงนั้นคือ 75 คะแนน ซึ่งเกิดขึ้นในฤดูกาล 1996-97 กับ 2003-04

ขณะที่ในยุคของ วู้ดเวิร์ดแมนฯยูไนเต็ดเคยได้เพียง 64 คะแนนในซีซั่น 2013-14 แถมยังเก็บไปแค่ 66 แต้มมากตั้ง 3 ฤดูกาล ประกอบด้วยซีซั่น 2015-16, 2018-19 และ 2019-20 แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วเรื่องผลงานในสนามมันขึ้นอยู่กับกุนซือและนักเตะ

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านโยบายที่ย่ำแย่มันก็มีส่วนทำให้เกิดเรื่องแบบนั้นเหมือนกัน การเงิน ก่อนจะมาเป็นรองประธานบริหารนั้นวู้ดเวิร์ด เคยรับตำแหน่งอื่นกับแมนฯยูไนเต็ด มาก่อนเหมือนกัน อย่างเช่นการเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาด เป็นต้น

และต้องยอมรับว่าเขามีความเชี่ยวชาญในด้านการเงินมากๆ จนทำให้ทีมมีตัวเลขด้านการเงินที่น่าประทับ ซึ่งก็กลายเป็นการทำให้ตระกูลเกลเซอร์ถูกใจในตัวเขาตามไปด้วย หนึ่งในตัวอย่างของเรื่องนั้นก็คือปัจจุบัน แมนฯยูไนเต็ดมีมูลค่าทางการตลาดระดับ 2.4 พันล้านปอนด์

ขณะที่หากย้อนกลับไปตอนที่เขาเพิ่งมีส่วนร่วมกับแมนฯยูไนเต็ด ใหม่ๆ เมื่อปี 2005 นั้น ทีมมีมูลค่าอยู่ที่ 800ล้านปอนด์ นอกจากนี้ ถึงแม้ปัจจุบัน แมนฯยูไนเต็ดจะยังมีหนี้โดยรวมอยู่ที่ 419ล้านปอนด์ แต่มันก็เป็นจำนวนที่ลดลงถึง 50 ล้านปอนด์ในช่วงเวลา 1ปี

ขณะเดียวกัน รายได้ด้านการตลาดต่อ 1ปี ของแมนฯยูไนเต็ด ในปี 2020 หรือก็คือช่วงสุดท้ายก่อนที่ทั่วโลกจะเจอกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น มันก็สูงถึง 279 ล้านปอนด์เลยทีเดียว และที่จริงตัวเลขด้านนี้เมื่อปี 2021

ต้องสยบข่าวลือ ก็ยังอยู่ในระดับที่น่าประทับใจด้วยจำนวน 232 ล้านปอนด์ด้วยกัน ทั้งที่สถานการณ์ในตอนนี้นั้นการทำเงินในวงการฟุตบอลมันทำได้ยากพอตัว ฮาแลนด์ย้ายออก