แนวรับระดับท็อป ทีมเยี่ยมที่สุดพรีเมียร์ลีก นัดหมายที่ 3

แนวรับระดับท็อป

แนวรับระดับท็อป ทีมดีเยี่ยมที่สุดพรีเมียร์ลีก รายสัปดาห์นี้ อุดมไปด้วยผู้เล่นจากทีมชั้นแนวหน้าของลีก ผู้ที่เด่นที่สุด หนีไม่พ้น เฟร์ราน ตอร์เรส

แนวรับระดับท็อป ทีมดีเยี่ยมที่สุดพรีเมียร์ลีก รายสัปดาห์นี้ อุดมไปด้วยผู้เล่นจากทีมชั้นแนวหน้าของลีก ผู้ที่เด่นที่สุด หนีไม่พ้น เฟร์ราน ตอร์เรส ที่มีส่วนร่วม 3 ประตูในเกมที่แมนฯซิตี้ กระหน่ำอาร์เซน่อล 5-0 ส่วนผู้อื่นจะมีผู้ใดบ้าง ไปดูกันได้เลย

ผู้เฝ้าประตู : ดาบิด เด เคอา (แมนฯยูไนเต็ด) เรียกความมั่นใจและความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้อย่างเต็มเปี่ยม ช็อตปกป้องสองจังหวะเป็นอะไรที่น่าเกินจริง เริ่มจากลูกกระแทกของ โรแม็ง ซาอิสส์ ก่อนที่จะเซฟปาฏิหาริย์ที่แนวรับ วูล์ฟส์ คนเดิมซ้ำจ่อๆ

ซึ่งเป็นโมเมนต์สำคัญที่ “ปีศาจแดง” ร้อนพ้นการเสียประตูกระทั่งเป็นที่มาสู่ชัย นายด่านสแปนิช เซฟไปทั้งหมด 5ครั้งในเกมนี้ แล้วก็เป็นการเก็บคลีนชีตนัดหมายที่ 123 บนเวทีพรีเมียร์ลีก เหนือกว่าผู้เฝ้าประตูคนอื่นที่เคยเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด

แผงหลัง : เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (เชลซี) รับหน้าที่หนักเมื่อจะต้องดวลกับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน รวมทั้ง ซาดิโอ มาเน่ แต่ กัปตัน เชลซี ทำผลงานได้อย่างดียิ่ง เรียกว่า “เอาอยู่” อย่างยิ่งจริงๆ นอกเหนือจากนี้ ยามรับมือลูกตั้งเตะ

เขายังเป็นผู้ที่ตามตามติด เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ แล้วก็แม้รูปร่างจะแตกต่างกัน แต่ว่า อัซปิลิกวยต้า ก็ไม่ปลดปล่อยให้แนวรับดัตช์ ขึ้นเล่นลูกกลางอากาศได้อย่างง่ายดาย จากเกมที่ แอนฟิลด์ ไม่มีผู้เล่น เชลซี ผู้ใดกันที่จะเข้าปะทะบอลสำเร็จ(6)

และก็เคลียร์บอล(9) ได้มากกว่าเขาอีกแล้ว แนวรับ : ราฟาแอล วาราน (แมนฯยูไนเต็ด) เกมเจอ วูล์ฟส์ เป็นการเปิดฉากสนามในศึกพรีเมียร์ลีก ของกองข้างหลังดีกรีแชมป์โลก รวมทั้งผลที่ออกมาก็ถือว่าน่าประทับใจ เมื่อประตูชัยของแมนฯยูไนเต็ด มีต้นเหตุที่เกิดจากการแอสซิสต์ของเจ้าตัว

แนวรับระดับท็อป ส่วนในเรื่องเกมรับ ถึงแม้ปลดปล่อยให้ ซาอิสส์ เทคตัวขึ้นกระแทกจนกระทั่งทีมเกือบเสียประตู แต่ว่าการเคลียร์บอลได้ถึง 5ครั้งถือว่าสำคัญมาก ซึ่งเป็นตัวเลขเยอะที่สุดในทีมเกมนี้ ข่าวฟุตบอล ยุโรป

แนวรับระดับท็อป

โมเมนต์สำคัญที่ “ปีศาจแดง” ร้อนพ้นการเสียประตูกระทั่งเป็นที่มาสู่ชัย

แนวรับระดับท็อป แนวรับ : เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ (ลิเวอร์พูล) จัดการกับ โรเมลู ลูกากู ได้อย่างดียิ่ง ยามที่พบเกมบุก เชลซี โจมตี ฟาน ไดค์ มักจะเป็นผู้ที่ช่วยตัดทอนความอันตรายลงไว้ได้เสมอ ตัวรุกลำดับที่ 4 ของ “ลิเวอร์พูล” เป็นผู้เล่นที่ชิงบอลกลับมาครองให้กับ “ลิเวอร์พูล” สูงที่สุดถึง 17ครั้ง

รวมทั้งผ่านบอลแม่นยำอีก 91 เปอร์เซ็นต์ ปราการหลัง : อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (เชลซี) ไม่ว่าใครที่จำต้องมาดวลกับ รือดิเกอร์ ถือว่าเป็นงานหินที่ยากจะเอาชนะ การโดนใบแดงของ รีซ เจมส์ ทำให้ เชลซี พบบททดลองอย่างมากในตอนช่วงหลัง

แล้วก็เขาก็เป็นคนสำคัญที่พา “สิงห์บลูส์” เก็บแต้มออกมาจาก แอนฟิลด์ ได้ รือดิเกอร์ เข้าปะทะบอลสำเร็จ 3ครั้ง เคลียร์บอลอีก 3ครั้ง แล้วก็ชิงบอลกลับมาครอบครองได้อีก 6ครั้ง มิดฟิลด์ : คอเนอร์ กัลลาเกอร์ (คริสตัล พาเลซ)

หน้าแข้งสัญญาเช่าที่ คริสตัล พาเลซ ยืมใช้งานจาก เชลซี เปลี่ยนเป็นฮีโร่ที่พา “ดิ อีเกิ้ลส์” บุกแบ่งแต้มที่ ลอนดอน สเตเดี้ยม เมื่อเจ้าตัวเหมา 2 ประตูภายใต้หน้าที่กองกลาง บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ กัลลาเกอร์ เป็นเพียงแต่ผู้เล่นผู้ที่สองในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

ที่ทำเป็นอย่างต่ำ 2 ประตูจากการเปิดฉากสนามให้กับ พาเลซ ในเกมพรีเมียร์ลีก ซึ่งรายแรกเป็น บาการี่ ซาโก้ ที่ทำไว้เมื่อสิงหาคม ปี2015 กองกลาง : อิลคาย กุนโดกัน (แมนฯซิตี้) เชื่อเกมดินแดนกึ่งกลางไปถึงหน้าได้ดี

รวมทั้งเป็นคนโหม่งให้ทีมออกนำ 1-0 ตั้งแต่ต้นเกม รับหน้าที่ตอบแทน เควิน เดอ บรอยน์ ได้ยอดเยี่ยม กุนโดกัน ทำคะแนนในพรีเมียร์ลีก บนปฏิทินปี 2021 ไปแล้ว 12 ลูก มีเพียงแค่ แฮร์รี่ เคน ผู้เดียวเพียงแค่นั้นที่ทำเป็นมากยิ่งกว่า (14)

มิดฟิลด์ : แอนดรอส ทาวน์เซนด์ (เอฟเวอร์ตัน) ผู้เล่นที่ ราฟา เบนิเตซ ดึงเข้าสู่ทีมในตอนตลาดซัมเมอร์ พร้อมด้วยได้รับช่องทางลงเล่นเป็นตัวจริง ซึ่งผลงานที่ออกมาก็ไม่ทำให้นายใหญ่สแปนิช ผิดหวัง

นอกจากก่อความวุ่นวายให้กับ ไบรท์ตันแล้ว แนวรับระดับท็อป ลำแข้งวัย 30 ปียังปฏิบัติหน้าที่ไกล่เกลี่ยจังหวะสับสนเรื่องจุดลูกโทษระหว่าง ริชาร์ลิซอน กับ โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน เมื่อเจ้าตัวเดินไปเอาบอลออกมาจากอ้อมอกเพื่อนพ้องร่วมทีมชาวแซมบ้า

แล้วนำลูกฟุตบอลนั้นส่งต่อให้รุ่นน้องเพื่อนร่วมชาติปฏิบัติภารกิจสังหาร ในเรื่องของสถิติจากเกมที่ อเมริกัน เอ๊กซ์เพรส คอมมิวนิตี้ สเตเดี้ยม ทาวน์เซนด์ เรียกฟาวล์ได้มากถึง 4ครั้ง ทั้งยังเข้าปะทะบอลสำเร็จอีก 4ครั้ง

แนวรุก : กาเบรียล เชซุส (แมนฯซิตี้) ราวกับจะเจอพื้นที่ที่สมควรสำหรับตนเอง เมื่อถูก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จับถ่างมาเล่นขอบเส้นฝั่งขวา รวมทั้งเกมนี้หน้าแข้งแซมบ้า ก็สนองตอบได้อย่างยอดเยี่ยม ทำ 1ประตู แล้วก็ 1 แอสซิสต์ แถมยังมีลูกเปิดจากด้านข้างที่อันตรายสุดๆ

นี่คือนัดหมายที่ 43 ที่ เชซุส ทำแต้มได้แล้วทีมไม่กลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ บทเวทีพรีเมียร์ลีก มีเพียงแค่ เจมส์ มิลเนอร์ (54) รวมทั้ง ดาริอุส วาสเซลล์ (46) แค่นั้นที่ทำปริมาณนัดหมายไว้มากยิ่งกว่าเขา แผงหน้า : มิคาอิล อันโตนิโอ (เวสต์แฮม)

หากแม้แนวรุกจะมีบทบาทรอทำแต้ม แต่ว่าการเล่นของ อันโตนิโอ สื่อความหมายมากยิ่งกว่านั้น เมื่อมองจากประตูแรกที่เขาเลือกส่งให้ ปาโบล ฟอลนัลส์ ทำคะแนน โชคร้ายที่ “เดอะ แฮมเมอร์ส” พลาดคว้าสามคะแนนในเกมพบ คริสตัล พาเลซ

ซึ่งประตูที่ 2 ของทีมเกิดขึ้นการเอาชนะแนวรับของ อันโตนิโอ แล้วตะบันด้วยซ้ายเต็มข้อผ่านมือ บิเซนเต้ กวยต้า อันโตนิโอ เป็นผู้เล่นคนแรกของ เวสต์แฮม ที่ทำคะแนนบนลีกสูงสุดได้ 50ประตู นับจากที่ โทนี่ ค็อตตี้ เคยทำเป็นในช่วงฤดูกาล 1985/86

แนวรุก : เฟร์ราน ตอร์เรส (แมนฯ ซิตี้) เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พลิกหน้าที่จากตำแหน่งเดิมที่เคยเล่น เฟร์ราน ถูกหุบมายืนเป็นกองหน้าตัวกลางมาตลอดนับจากเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก ซึ่งเกมที่กระหน่ำ อาร์เซน่อล5-0 เจ้าตัวก็เหมา 2ประตู พร้อมผ่านบอลให้ โรดรี้ ทำคะแนนจากนอกกรอบจุดโทษ

แนวรับระดับท็อป หน้าแข้งกระทิงดุ ทำสองประตูกับแอสซิสต์ในเกมเดียวบนลีกสูงสุดเป็นครั้งลำดับที่สองในอาชีพการเล่น ซึ่งหนแรกเกิดขึ้นบนเวที ลาลีกา ที่ทำไว้กับ บาเลนเซีย ทีมเก่า ในนัดพบ เลบันเต้ เมื่อธันวาคม ปี2019