เกเกนเพรสซิ่ง ระบบการเล่นที่เล่นเกมรับและเกมรุกทั้งทีม

เกเกนเพรสซิ่ง

เกเกนเพรสซิ่ง ไม่มีทีมไหนสามารถขึ้นเกมได้ง่ายๆ ถ้าถูกไล่ล่าพร้อมกันแบบทั้งทีม

เกเกนเพรสซิ่ง หรือระบบการเล่น ที่เล่นเกมรับและ เกมรุกทั้งทีม นักเตะของคล็อปป์ จะช่วยกันแย่งวิ่งไล่
แย่งบอลกลับเมื่อ ทีมเป็นฝ่ายเสียบอล ปรัชญาของ คล็อปป์คือความเชื่อที่ว่า ไม่มีทีมไหน สามารถขึ้นเกม
ได้ง่ายๆ ถ้าถูกไล่ล่า พร้อมกันแบบทั้งทีม

หลังจากวนเวียน อยู่ในแดนสวรรค์ มาหลายปี เมื่อฤดูกาล 2014-15 มาถึง ดอร์ทมุนด์ และ เยอร์เกนคล็อปป์
ต้องเจอกับสิ่งที่ พวกเขาไม่สามารถ หาคำตอบได้ นั่นคือผลงานของทีม ตกต่ำลงอย่าง น่าเหลือเชื่อ อย่างที่
ได้กล่าวไปข้างต้น ผ่านเกมลีก ไปเกือบครึ่งฤดูกาล พวกเขาเป็นบ๊วย ของบุนเดสลีกา

นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน ซึ่งเหตุการณ์เมื่อครั้งอดีต มันคล้ายๆกับสิ่ง ที่เกิดขึ้นกับ ลิเวอร์พูล ที่มี เยอร์เกน
คล็อปป์เป็นกุน ซือในเวลา นี้ไม่น้อยเลยทีเดียว อธิบายให้เห็นภาพ คือนี่คือสไตล์การเล่น ที่ต้องอาศัยพละ
กำลังและความ ฟิตอย่างสูงที่สุด และสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ดอร์ทมุนด์ ในฤดูกาล 2014-15

คือนักเตะพวกเขา ไม่ได้ฟิตขนาดนั้น นักเตะตัวหลักหลายคนมี อาการบาดเจ็บรบกวน ตลอดทั้งปี ที่จดบันทึก
สถิติดังกล่าวเอาไว้เผยว่า ดอร์ทมุนด์ มีนักเตะบาดเจ็บทั้งหมด 17 คนในฤดูกาลดังกล่าว และมีหลายคนที่
เจ็บซ้ำหลายๆครั้ง

เกเกนเพรสซิ่ง

โดยเฉพาะตัวหลักอย่าง มาร์โก รอยส์ สตาร์เบอร์ 1 เจ็บระยะเวลารวมกันนานถึง 3 เดือน (และต้องไม่ลืม
ด้วยว่าก่อนหน้านั้น เจ้าตัวเจ็บจนอดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 กับทีมชาติเยอรมันแบบน่าเสียดาย), นูริ
ซาฮิน เจ็บไปครึ่งปี, มัตส์ ฮุมเมิลส์ กัปตันทีม เจ็บ 1 เดือน, ลูคัส พิสซ์เช็ก เจ็บ 2 เดือน,

เฮนริค มคิตาร์ยาน เจ็บ 1 เดือนครึ่ง และ เอริค ดวร์ม เจ็บไปอีกเกือบๆ 2 เดือน ไม่มีใครปฏิเสธว่ามันคือ
วิธีการที่มีประสิทธิภาพและทำให้ทีมได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างล้วนมีข้อแม้ เกเกน
เพรสซิ่ง

จะมีประสิทธิภาพสูงสุด ก็ต่อเมื่อนักเตะที่ลง สนามมีความฟิตในระดับสูง

มีความเข้าใจแท็คติก และทิศทางการวิ่งในแต่ละครั้ง เพราะนี่คือระบบที่ต้องเคลื่อน ที่พร้อมกันทั้งหมด หาก
ใครสักคนหยุด หรือวิ่งผิดทาง ช่องก็จะเปิด และมันก็จะรวนไปโดย ปริยายปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัญหาอาการ
บาดเจ็บของนักเตะที่ ดอร์ทมุนด์ ในเวลานั้นทำให้ เกเกนเพรสซิ่ง

อันเลื่องชื่อต้องตะกุกตะกัก หาความเพอร์เฟกต์ แบบที่เคยไม่ได้คล็อปป์ พยายามแก้ไขสถานการณ์เฉพาะ
หน้าในแต่ละเกม แต่ผลงานของ ดอร์ทมุนด์ แย่มากจนถึงขั้นที่ว่า ผ่านครึ่งฤดูกาลพวก เขาอยู่ในโซนตกชั้น
และเล่นมาถึงนัดที่ 18 ของฤดูกาล พวกเขากลายเป็นบ๊วยของลีกคล็อปป์

ให้เหตุผลว่าสภาพจิต ใจของทีมแย่มาก ในแต่ละเกมพวกเขาจะมี จุดผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ความผิดพลาดส่วน
บุคคลที่เวียนคิวกันไป จนที่สุดแล้วมันกลายเป็นการขาดความมั่นใจ การพลาดนิดเดียว แต่ผลลัพธ์คือแพ้บ่อยๆ
ยิ่งทำให้ทีมหาโมเมนตัม กลับมาสู่ฟอร์มที่เคย ดุดันไม่ได้ก่อนเกมพบกับ พาเดอร์บอร์นคล็อปป์

เกเกนเพรสซิ่ง

โดนนักข่าวถามถึงเรื่องที่ว่า ทำไมสไตล์การเล่นของทีม เขาจึงไม่เหมือนเดิม เป็นเพราะทีมชุดนี้ไม่มีประสิทธิ
ภาพหรือไม่? ซึ่งตามปกติแล้ว คล็อปป์จะตอบ กลับด้วยคำพูดที่มีวาทะศิลป์เฉียบขาด แต่การแพ้บ่อยๆ และ
โดนจี้จุด ทำให้เขาถึงกับตะคอกใส่นักข่าวเยอรมัน ณ เวลานั้น แบบที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน

“ช่วงครึ่งฤดูกาลแรกถือเป็นประสบการณ์ที่เราไม่เคยเจอมาก่อนเลย มันเป็นสิ่งที่มาเยือนแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
สะสมกลายเป็นความเครียดครั้งใหญ่ ความพ่ายแพ้ทำให้เราต้องกลับมานั่งตั้งสติและรีบูตกันใหม่อีกครั้ง เรา
ควรจะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้น เกเกนเพรสซิ่ง

และเอาตัวตนของเรา กลับมาใช้ในสนามให้ได้ ไม่เช่นนั้นชัยชนะจะไม่มีทาง กลับมาเป็นของเราอีกครั้ง”
คล็อปป์กล่าวในช่วงพักครึ่งซีซั่น การแพ้ติดๆกัน และปัญหานักเตะไม่พร้อม แบบไม่จบไม่สิ้น จนได้ผล
ลัพธ์ที่แม้แต่ ตัวเองไม่อยากจะเชื่อ

ไม่ได้ส่งผลต่อนักเตะ อย่างเดียวเท่านั้น แม้แต่ตัวของคล็อปป์ เองที่เคยเป็นคน ที่มีเสน่ห์ในการ ให้สัม
ภาษณ์ก่อน เกมแต่ละครั้ง ก็ยังไม่เป็นตัวเอง หนึ่งใน5แกนนำข่าวบอล