ฟาดแข้งกัน ล้วงลึกทุกมิติ 9 ข้อควรรู้ก่อนเกมบิ๊กแม็ตช์แมนซิตี้ปะทะลิเวอร์พูล

ฟาดแข้งกัน

ฟาดแข้งกัน ในที่สุด ศึกพรีเมียร์ลีก คู่หยุดโลกระหว่างแมนฯซิตี้ กับลิเวอร์พูล ก็จะฟาดแข้งกันแล้ว

ฟาดแข้งกัน ในที่สุด ศึกพรีเมียร์ลีก คู่หยุดโลกระหว่างแมนฯซิตี้ กับลิเวอร์พูล ก็จะฟาดแข้งกันแล้วในวันอาทิตย์นี้ จากสถานการณ์ที่ปรากฏ เรือใบสีฟ้า นำหน้าเป็นจ่าฝูง และได้เล่นในรังตัวเองซึ่งหนล่าสุดที่ หงส์แดง บุกไปกำชัยที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ได้เกิดขึ้นในปี 2018

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เชื่อได้เลยว่าผลลัพธ์ของเกมนัดนี้สามารถออกได้ทั้งสามหน้าจากเหตุผลทั้งหมดเก้าข้อดังนี้ ช่องว่าง14แต้มที่โดนทำลาย มีอยู่ช่วงหนึ่งราวกลางเดือนม.ค. แมนฯซิตี้เคยชูคออยู่บนหัวตารางชนิดหายห่วง 14 แต้ม แต่ตอนนี้มันถูกลดลงเหลือแค่แต้มเดียวเท่านั้น

ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะ หงส์แดง เก็บได้ 30 แต้มเต็มจากการลงสนาม 10 นัดหลัง ขณะที่ เรือใบสีฟ้า คว้าเพิ่มมาได้ทั้งหมด 23แต้ม โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ที่มีต่อ สเปอร์ส และคริสตัล พาเลซ ของทีมเงินถังกลายเป็นการช่วยปลุกความหวังในการคว้าแชมป์ของทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ได้อย่างอักโข

เท่ากับว่าหากลิเวอร์พูล กำชัยได้อีกในเกมวันอาทิตย์นี้ พวกเขาก็จะกลับมากดดันให้แมนฯซิตี้ ตกเป็นฝ่ายไล่ตามบ้างซึ่งไม่แน่ว่าทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะทำได้ดีหรือเปล่า จากการลงเล่นเกมเหย้าในซีซั่นนี้ของทีมมหาเศรษฐี พวกเขาทำแต้มหล่นไปแปดแต้มจาก 14 นัด

ในเกมต้อนรับ เซาธ์แฮมป์ตัน , สเปอร์ส และ พาเลซ ซึ่งเป็นเพียงสามทีมที่มีแต้มติดไม้ติดมือออกไป คนสำคัญที่หายไปของแมนฯซิตี้ นอกจากจะต้องอกสั่นขวัญแขวนกับฟอร์มที่ร้อนแรงของลิเวอร์พูล แล้วแมนฯซิตี้ ยังเป็นกังวลถึงแผงหลังของตัวเองเช่นกัน

ต่อการปราศจาก รูเบน ดิอาส ปราการหลังตัวกลั่น สตาร์ทีมชาติโปรตุเกสบาดเจ็บไปตั้งแต่เดือนมี.ค.จากปัญหากล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังโดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาในระหว่างการแถลงข่าว เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยืนยันว่า “ทุกคนฟิต ยกเว้น ดิอาส”

ต่อปัญหาดังกล่าว เชื่อได้เลยว่าแมนฯซิตี้ จะไม่เสี่ยงส่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเลือดฝอยทองคัมแบ็คเร็วเกินไปอย่างแน่นอนเพื่อป้องกันการเจ็บซ้ำ ฉะนั้นแล้ว ภาระอันแสนหนักอึ้งในเกมวันอาทิตย์นี้ที่ต้องต่อกรกับเกมรุกที่แสนจัดจ้านของลิเวอร์พูล จึงตกอยู่กับ จอห์น สโตนส์ และ เอมเมริค ลาปอร์กต์

หงส์แดงเต็มถัง ในทางกลับกัน เร้ด แมชีน ไม่มีปัญหาในเรื่องของขุมกำลังหลังบุกไปเอาชนะ เบนฟิก้า ในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแปดทีมนัดแรกโดยไม่มีใครล้มเจ็บ เว้นก็แต่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่ไม่ได้ร่วมซ้อมกับทีม และเชื่อว่าจะพลาดการมีส่วนร่วมที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม

ฟาดแข้งกัน แม้จะเป็นเรื่องดี แต่หากจะให้มองในแง่ร้าย เจอร์เก้น คล็อปป์จำเป็นต้องกุมขมับอย่างไม่ต้องสงสัยต่อการจัดทัพ 11 คนแรกลงเล่นกับทีมจ่าฝูง ถึงกระนั้น กุนซือด๊อยทช์อาจส่งสัญญาณอะไรบางอย่างออกมาที่ สตาดิโอ ดา ลุซ ก็ได้กับการถอด ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ติอาโก้ ออกจากเกมราวหนึ่งชั่วโมง ข่าวฟุตบอล ยุโรป

ฟาดแข้งกัน

ผลลัพธ์ของเกมนัดนี้สามารถออกได้ทั้งสามหน้าจากเหตุผลทั้งหมดเก้าข้อดังนี้

ฟาดแข้งกัน ทีมเยือนจะจัดทัพอย่างไร? เป็นธรรมดาที่ทุกทีมจะต้องมีผู้นำหรือว่ากระดูกสันหลังที่ได้ลงสนามเป็นประจำ แต่สำหรับลิเวอร์พูล มันแตกต่างไปเนื่องจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมของพวกเขาไม่ได้รับการการันตีว่าจะอยู่ในโผ 11 คนแรกแบบอัตโนมัติ

ดังจะเห็นว่าเกมบู๊กับ เบนฟิก้า เฮนโด้ ได้ลงเล่นในครึ่งชั่วโมงสุดท้ายแทน ติอาโก้ จึงมีความเป็นไปได้ว่า นาบี้ เกอิต้า ที่มีฟอร์มน่าประทับใจอาจได้ลงเล่นเป็นตัวจริงต่ออีกเกม สำหรับแผงรุกของทีมเยือนซึ่งมีตัวเลือกมากถึงห้าราย แถมแต่ละรายล้วนมีความอันตรายด้วยกันทั้งนั้น

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านาทีนี้ หลุยส์ ดิอาซ เป็นตัวเลือกแรกในใจของสววก เดอะ ค็อป ไปแล้ว และแม้เขาจะลงเล่นกับ เหยี่ยวลิสบอน ครบ 90 นาที แต่เกมบิ๊กแม็ตช์กับแมนฯซิตี้ ปีกทีมชาติโคลอมเบียก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ดีโอโก้ โชต้า ต่อการได้ประสานงานร่วมกับ ซาลาห์ และ มาเน่

คิง ออฟ อียิปต์จะสลัดอาการฝืดได้หรือยัง? ทำไปทำมา ซาลาห์ ไม่ใช่นักเตะที่ไม่อาจแตะต้องได้อีกแล้วในเมื่อหลายเกมหลังเขาพังประตูไม่ได้เลย อย่างไรก็ดี สำหรับเกมที่มีเดิมพันสูง ยังไงซะ คล็อปป์ ก็ต้องให้ความไว้เนื้อเชื่อใจยอดดาวยิงแอฟริกันอย่างไม่ต้องสงสัย

อาจเป็นไปได้ว่าในซีซั่นนี้ ซาลาห์ ลงเล่นให้กับทั้งสโมสร และทีมชาติรวมกันมากเกินกว่า 4,500 นาทีแล้ว เขาจึงอาจอ่อนล้าบ้างเป็นธรรมดา แต่ถ้าจะมองไปที่สถิติของลิเวอร์พูล กับแมนฯซิตี้ ก่อนหน้านี้ 12นัด ซาลาห์ตะบันได้ถึงเจ็ดประตู และสามแอสซิสต์

มันจึงบ่งบอกด้วยตัวของมันเองว่าการส่งเขาลงเล่นเกมนี้ย่อมดีกว่าการเลือกมองข้ามเขา แถมดีไม่ดี บางที บังโม อาจปลดล็อคคลำเป้า เรือใบสีฟ้า กดดันบอร์ดของสโมสรให้รีบต่อสัญญากับเขาก็เป็นได้ อริตัวฉกาจ ทั้ง คล็อปป์ และ กวาร์ดิโอล่า ถือเป็นศัตรูที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

เนื่องจากผ่านการปะทะฝีมือกันมาแล้ว 22 หนทั้งในลีกเมืองเบียร์ และลีกเมืองผู้ดี ยิ่งสำหรับกุนซือสแปนิช บอกได้เลยว่านาทีนี้นอนหลับแต่ละคืนฝันเห็นหน้ากุนซือชาวเมืองไส้กรอกที่กำลังตามหลอนเขาอย่างไม่ต้องสงสัย”แม้แ ต่ตอนที่ผมดูและเล่นกอล์ฟ ผมนึกได้เสมอว่าคู่อริที่สำคัญที่สุด

สำหรับผมคือลิเวอร์พูล” กวาร์ดิโอล่า เอ่ย แต่สำหรับ คล็อปป์ ในฐานะทีมรองจ่าฝูงที่ไล่หลัง เขาไม่มีความกดดันใดๆทั้งนั้นสำหรับเกมในวันอาทิตย์นี้ นอกจากความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า เรือใบสีฟ้า ก็สามารถอัปปางได้แม้จะแล่นฉิวอยู่บนมหาสมุทร พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้มาตั้งแต่แรก

คุณรู้หรือไม่? นับตั้งแต่ซีซั่น 2018/19 แมนฯซิตี้เก็บแต้มได้ 338 แต้มจากทั้งหมด 432แต้ม ขณะที่ลิเวอร์พูล เก็บได้ 337แต้ม ด้วยเหตุนี้ มันจึงสะท้อนให้เห็นถึงความสูสีคู่คี่ของสองทีมแกร่งแห่งพรีเมียร์ลีก ขณะที่ เชลซี ทีมอันดับสามไล่ตามมาห่างๆจากการเก็บได้ 264แต้ม

กระทั่งจากอันดับตารางล่าสุดที่ เรือใบสีฟ้า นำหน้า หงส์แดง แค่แต้มเดียวเท่านั้น โอกาสจึงเปิดกว้างแล้วสำหรับทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ที่จะแซงนำยอดทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ขึ้นเป็นหมายเลขหนึ่งของสโมสรจาก พรีเมียร์ลีก ในข่ายนี้

ความท้าทายของคล็อปป์ หลังจากลิเวอร์พูล ไล่ตามแมนฯซิตี้ เหลือแค่แต้มเดียวได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งสองทีมนำของ พรีเมียร์ลีก จะเหลือโปรแกรมอีกเจ็ดนัดเท่ากันหลังต่อกรกันเสร็จสิ้นแล้วในเกมที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม อย่างไรก็ดี ในฐานะทีมตามหลัง คล็อปป์แสดงทีท่าล่วงหน้า

พร้อมแบกรับอารมณ์ได้ทั้งสองทางไม่ว่าผลลัพธ์ในเกมวันอาทิตย์นี้จะออกมาในรูปไหน “ผมไม่อาจตัดสินถึงสิ่งที่ผู้คนคิดได้ แต่เราสามารถคว้าผลลัพธ์อย่างดีที่สุดได้ หากเราชนะ เราจะนำสองแต้ม หากเราแพ้ เราจะตามหลังสี่แต้ม ผมไม่อาจเปลี่ยนอะไรได้ แต่ผมรู้ว่าไม่มีใครในทีมซิตี้

คิดว่ามันจะเป็นอย่างนั้น หากเราเสมอกัน มันก็จะเป็นการตามหลังหนึ่งแต้มเหมือนเดิม มันก็เท่านั้น” “มันเป็นเกมที่สำคัญ ผมเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ มันเป็นหนึ่งในเกมที่ท้าทายที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในเกมฟุตบอล แต่มันเป็นเรื่องที่ดี” “เรากำลังจะมีเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในซีซั่นนี้เท่าที่เราลงสนามมา

และผมแฮปปี้ที่เรามีความเกี่ยวข้อง ผมสามารถจินตนาการได้ว่าผู้คนมากมายจะดูเกมนี้ และเราจะพยายามอย่างเต็มที่ ผมสามารถพูดได้ทั้งหมดเพียงเท่านี้” ผู้ตัดสิน แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ถูกวางตัวให้เป่านกหวีดเกมบิ๊กแม็ตช์วันอาทิตย์นี้ และทำให้สาวก เร้ด แมชีน หัวเสียกันไม่น้อย

เนื่องจากเขาเป็นชาวเมืองแมนเชสเตอร์ แต่กลับถูกเลือกให้ตัดสินเกมที่สำคัญที่สุดของซีซั่น ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่วีเออาร์ได้แก่ คีแรน เทียร์นีย์ ซึ่งคล็อปป์ เคยระเบิดอารมณ์ใส่เมื่อเดือนธ.ค.ว่า “ผมไม่มีปัญหากับผู้ตัดสินคนไหน นอกจากคุณ”

ฟาดแข้งกัน อย่างไรก็ดี อย่างที่เราท่านรู้และเห็นกันว่า เทย์เลอร์ หรือจะเป็น เทียร์นีย์ ไม่ใช่ท่านเปาแค่สองรายที่สร้างความหงุดหงิดให้กับแฟนบอลจากมาตรฐานที่ถูกโจมตีมานาน เพียงแต่สิ่งที่สำคัญก็คือเกมวันอาทิตย์นี้มันจะมีปัญหาหรือว่าดราม่าให้เป็นที่ครหาของชาวประชาอีกหรือเปล่าเท่านั้น เซฟดาวรุ่ง