ผลงานสุดโหด ครบรอบ4ปีของ ฟาน ไดค์ กับ ลิเวอร์พูล

ผลงานสุดโหด

ผลงานสุดโหด วันที่ 5 มกราคม ปี 2018 เป็นวันที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ประเดิมสนามให้กับลิเวอร์พูล หลังจากที่ “หงส์แดง” ปิดดีลของเขา

ผลงานสุดโหด วันที่ 5 มกราคม ปี2018 เป็นวันที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ประเดิมสนาม ให้กับลิเวอร์พูล หลังจากที่ “หงส์แดง” ปิดดีลของเขากับทาง เซาธ์แฮมป์ตัน ได้ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม ปี2017 ด้วยค่าตัวในเบื้องต้น 75 ล้านปอนด์

เกมแรกของ ฟานไดค์ ในสีเสื้อ “หงส์แดง” คือเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดที่เจอกับ เอฟเวอร์ตัน โดยมันถือเป็น การประเดิม สนามที่สวยหรู ของดาวเตะชาวดัตช์ด้วย เพราะเขาเป็นคนโหม่ง ทำประตูชัย ให้ทีมในช่วง 8 นาทีสุดท้ายของเกม

จนทำให้ลิเวอร์พูล เอาชนะไปได้ 2-1 หลังจากนั้นเป็นต้นมา ฟานไดค์ ก็พัฒนาฝีเท้า ของตัวเอง ได้อย่างยอดเยี่ยม จนถึงขั้นทำให้คนยกย่องว่า เขาเป็นหนึ่งในกองหลัง ที่เก่งที่สุด ของโลกฟุตบอล ในปัจจุบัน

ซึ่งวันนี้เราก็มีตัวเลขผลงาน ที่ยอดเยี่ยมของเขากับลิเวอร์พูล ตลอดช่วง 4 ปีมานี้ มาให้ได้ชมกัน ความแข็งแกร่ง ในเกมรับทั่วไป 67.4เปอร์เซ็นต์ คือตัวเลขเฉลี่ย เกี่ยวกับการสกัดแย่งบอล มาจากคู่แข่ง ที่พยายามเลี้ยงผ่านเขา

หากนับเฉพาะกับ การลงเล่นในลีก ให้กับลิเวอร์พูล ของฟานไดค์ ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยซีซั่นที่โดดเด่นที่สุด คือฤดูกาล 2018-19 ที่เขาดักทางพวกสายเลี้ยงได้ถึง 92.9 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว นอกจากนี้ ฟานไดค์ยังมีชอต ที่เล่นพลาดเอง

จนทำให้ลิเวอร์พูล เสียประตูในลีกเพียงแค่ 3 ครั้งตลอดช่วง 4 ปีมานี้ด้วย โดยรวมแล้ว ลิเวอร์พูลเสียประตูในลีกไปเพียง 93 ประตูใน 113 นัดที่ ฟานไดค์ลงเฝ้าเนวรับ ให้กับทีม และแข้งวัย 30 ปีก็ช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีท ในลีกได้ถึง 54 เกมด้วยกัน ข่าวฟุตบอล ยุโรป

ผลงานสุดโหด

เกมแรกของ ฟาน ไดค์ ในสีเสื้อ “หงส์แดง” คือเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดที่เจอกับเอฟเวอร์ตัน

ผลงานสุดโหด ตัวนำโชค จนถึงตอนนี้ ฟานไดค์ก็ยังไม่เคยแพ้เกมลีกเวลาที่ลงเล่นให้ลิเวอร์พูล ในเกมเหย้าแม้แต่นัดเดียว โดยสถิติปัจจุบันมันยืดมาเป็น 56 นัดติดต่อกันเข้าไปแล้ว โดยแบ่งเป็นการชนะ 48 เกมกับเสมอ 8 นัดด้วยกัน

ความโดดเด่นลูกกลางอากาศ ด้วยความที่มีส่วนสูงถึง 193 เซนติเมตร ทำให้ฟานไดค์ มีคุณสมบัติที่ดีสำหรับการเล่นลูกกลางอากาศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเขาก็ยังตามหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการเล่นลูกกลางอากาศได้เป็นอย่างดีอีก

จนทำให้ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเขาชนะการดวลลูกกลางอากาศในเกมลีกไปถึง 586ครั้ง และแพ้เพียง 165หน ทั้งนี้ หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เฉลี่ยโดยรวมแล้วล่ะก็ 4 ปีที่ผ่านมานี้ ฟานไดค์ชนะการดวลลูกกลางเวหามากถึง 78 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน

โดยซีซั่นที่เขามีเปอร์เซ็นต์ชนะจังหวะดวลลูกกลางอากาศมากที่สุดคือฤดูกาล 2019-20 ที่ทำไป 81เปอร์เซ็นต์ และมันก็มีส่วนทำให้ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ลีกประจำฤดูกาลดังกล่าวด้ย อัตราชนะ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีฟานไดค์ ยืนปักหลักอยู่ในแนวหลัง

ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็จะเล่นได้ง่ายมากๆ จนถึงขั้นที่ว่าลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะได้ถึง 83 หนจากเกมลีก 113 นัดที่ดาวเตะชาวดัตช์ลงเล่นให้กับทีม ซึ่งคิดอัตราการชนะได้เป็น 73.5 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว โดยที่เหลือแบ่งเป็นการเสมอ 20 เกมกับแพ้ 10นัด

ผลงานสุดโหด ในทางตรงกันข้าม จากเกมลีกทั้งหมด 37 นัดที่ลิเวอร์พูล ลงเล่นแบบปราศจากฟานไดค์ นั้น พวกเขามีเปอร์เซ็นต์ชนะอยู่ที่ 54.1เปอร์เซ็นต์ โดยถึงแม้มันจะเกินครึ่งหนึ่ง แต่ก็ถือว่าน้อยมากๆ หากเทียบกับตอนที่มี ฟานไดค์คอยช่วย โดยแบ่งเป็นการชนะ 20 เกม, เสมอ 9ครั้ง และแพ้ 8 หน รังนิกกลุ้ม