จิ้งจอกโหด เลสเตอร์ดาหน้ายิงถลุงวัตฟอร์ดยับ ลิ่วรอบ4เอฟเอคัพ

จิ้งจอกโหด

จิ้งจอกโหด เลสเตอร์ จัดทีมชุดผสมเปิดรังถล่ม วัตฟอร์ด ของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ไปขาดลอย 4-1 ตีตั๋วเข้าสู่รอบ 4 ศึกเอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ

จิ้งจอกโหด เลสเตอร์จัดทีมชุดผสมเปิดรังถล่ม วัตฟอร์ด ของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ไปขาดลอย 4-1 ตีตั๋วเข้าสู่รอบ 4 ศึกเอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ โดยเกมนี้เกิดเหตุการณ์ไฟสนามที่คิง เพาเวอร์ ดับลงจนเกมต้องหยุดไปหลายนาที

ก่อนจะกลับมาเตะกันต่อได้ ในศึกเอฟเอคัพ รอบ 3 ศึกฟุตบอลเอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 3 ประจำวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2564 ที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ระหว่าง เลสเตอร์ซิตี้ พบวัตฟอร์ด เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเลสเตอร์ เกมนี้ขาดตัวหลักเพียบ

โดย 11 ตัวจริงส่งยังยึดแข้งชุดใหญ่เป็นหลักแนวรุกส่ง ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ประสานงานร่วมกับ เจมส์ แมดดิสัน, อโยเซ่ เปเรซ และ อเดโมล่า ลุคแมน ด้านวัตฟอร์ด ของกุนซือ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่พาทีมกลับมาเยือนถิ่นเก่าอีกครั้ง

โดยเกมนี้ใช้ชุดหลักผสมแข้งสำรองออกสตาร์ตตัวจริงนำมาโดย ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ บัญชาเกมแดนกลางกับ มุสซ่า ซิสโซโก้ เปิดฉากครึ่งแรกมาเป็น เลสเตอร์ที่ครองเกมบุกใส่ทันที และมาได้โอกาสทักทายก่อนหลังผ่านไปเพียง 3 นาทีเท่านั้น

ยูริ ตีเลมันส์ เปิดลูกฟรีคิกเข้าเขตโทษให้ เจมส์ แมดดิสัน ขึ้นโหม่งแต่โดนไม่เต็มบอลไปเข้าซองของ ดาเนี่ยล บัคมันน์ อย่างไรก็ตามถัดมาเพียง 3นาที ฟรานซิสโก้ เซียร์รัลต้า แนวรับวัตฟอร์ด ไปสกัดใส่ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ล้มในเขตโทษ

ผู้ตัดสิน ไมค์ ดีน ชี้ให้จุดโทษแก่ เลสเตอร์ทันที ก่อนที่ ยูริ ตีเลมันส์ จะรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดให้ทัพ “จิ้งจอก” ขึ้นนำวัตฟอร์ด 1-0 ในนาทีที่ 7 หลังจากนั้น วัตฟอร์ดมีโอกาสโต้กลับมาบ้าง นาทีที่ 20 มาได้ลุ้นจากลูกยิงไกลของ มุสซ่า ซิสโซโก้ แต่บอลเหินข้ามคานไปไกล

จิ้งจอกโหด เลสเตอร์ยังเป็นฝ่ายครองเกมได้แบบเบ็ดเสร็จ จนดระทั่งนาที 25 มาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะที่ อเดโมล่า ลุคแมน แทงทะลุช่องให้ เจมส์ แมดดิสัน หลุดเดี่ยวมาชิพข้ามตัว ดาเนี่ยล บัคมันน์ ส่งบอลเข้าไปอย่างเหนือชั้น ข่าวฟุตบอล ยุโรป

จิ้งจอกโหด

เลสเตอร์ซิตี้ พบ วัตฟอร์ด เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเลสเตอร์ เกมนี้ขาดตัวหลักเพียบ

จิ้งจอกโหด แต่กระนั้นสองนาทีถัดมา วัตฟอร์ดตามตีไข่แตกอย่างรวดเร็วไล่มาเป็น 1-2 แอชลีย์ เฟลตเชอร์ แทงบอลทะลุช่องให้ ชูเอา เปโดร หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษก่อนจะยิงผ่านมือ แดเนียล วอร์ด เข้าประตูไป ช่วงเวลาที่เหลือ วัตฟอร์ดได้ครองเกมบุกใส่ได้มากกว่า

และเกือบตามตีเสมอได้ในทดเวลาบาดเจ็บ นาที45+2 กูโช่ ได้โอกาสส่องในกรอบเขตโทษบอลไปติดบล็กแนวรับเลสเตอร์ ก่อนจะไหลไปเข้าซองของ แดเนียล วอร์ด รับไว้ได้ หลังจากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรเพิ่มกันไม่ได้ จบครึ่งแรก เลสเตอร์นำ วัตฟอร์ด2-0

เริ่มครึ่งหลัง เลสเตอร์มีการปรับหมากส่ง มาร์ซัล มาดิวาดัว มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 19 ปี ลงมาเล่นแทน แดลีย์ แคมป์เบล เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 54 ดาเนี่ยล บัคมันน์ แทงทะลุช่องให้ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ หลุดเดี่ยวไปยิงผ่าน ดาเนี่ยล บัคมันน์ เข้าประตูไป

โดยจังหวะนี้ผู้ช่วยยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน แต่เมื่อเช็กจาก VAR ปีกชาวอังกฤษอยู่ในไลน์พอดี ก่อนที่ผู้ตัดสินจะย้อนกลับมาให้เป็นประตูกับ เลสเตอร์นำห่างเป็น 3-1 ในนาทีที่ 56 หลังจากนั้น นาทีที่58 ไฟสนามที่คิง เพาเวอร์ เกิดเหตุขัดข้องต้องดับลงไปหลายนาที

ทำให้เกมต้องหยุดชะงัก ก่อนจะกลับมาเตะกันได้ในนาทีที่ 63 วัตฟอร์ดบุกใส่มากขึ้น และหวิดได้ประตูไล่มาแบบน่าเสียดายในนาทีที่ 71 จากจังหวะที่ ชูเอา เปโดร ได้ซัดเน้นๆในเขตโทษบอลไปแฉลบบล็อก ยานนิค เวสเตอร์การ์ดที่เข้ามาสกัดบอลพุ่งไปชนคานกระดอนออกมา

เท่านั้นไม่พอ นาที85 สกอร์ไหลไปเป็น4-1 อเดโมล่า ลุคแมน ได้ยืนซัดจ่อหน้าปากประตูไปติดเซฟ ดาเนี่ยล บัคมันน์ ปัดมาเข้าทางปืน มาร์ค อัลไบรท์ตัน ตามซ้ำโล่งๆไม่เหลือ เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมเลสเตอร์ ถล่มวัตฟอร์ด4-1 ตีตั๋วเข้าสู่รอบ4 ได้สำเร็จ

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม เลสเตอร์ (4-2-3-1) : แดเนียล วอร์ด – มาร์ค อัลไบรท์ตัน, ลูอิส บรันท์, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, แดลีย์ แคมป์เบล – ฮัมซ่า ชาวดรี, ยูริ ตีเลมันส์ – เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วีย์ บาร์นส์, อโยเซ่ เปเรซ – อเดโมล่า ลุคแมน

จิ้งจอกโหด วัตฟอร์ด (4-5-1) : ดาเนี่ยล บัคมันน์ – เจเรมี่ เอ็นกาเกีย, เคร็ก แค็ธคาร์ท, ฟรานซิสโก้ เซียร์รัลต้า, เจมส์ มอร์ริส – มุสซ่า ซิสโซโก้, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ – กูโช่, โอซาน ตูฟาน, แอชลีย์ เฟลตเชอร์ – ชูเอา เปโดร วิลล่าว่าง่าย